ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 16.67 จุด วิตกข่าวจีนยุติซื้อพันธบัตรสหรัฐ

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 16.67 จุด วิตกข่าวจีนยุติซื้อพันธบัตรสหรัฐ
          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข่าวที่ว่า จีนอาจยุติการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ อาจประกาศนำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ในเร็วๆนี้
          ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,369.13 จุด ลดลง 16.67 จุด หรือ -0.07% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,748.23 จุด ลดลง 3.06 จุด หรือ -0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,153.57 จุด ลดลง 10.01 จุด หรือ -0.14%
          ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลง โดยในระหว่างวัน ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 100 จุด เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกต่อรายงานข่าวที่ว่า จีนอาจยุติการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยจีนนับเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุดในโลก และมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงที่สุดในโลก
          บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่จีนซึ่งมีหน้าที่พิจารณาการถือครองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ได้เสนอให้รัฐบาลจีนชะลอ หรือยุติการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากนี้ ความตึงเครียดของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้จีนลดการซื้อพันธบัตรสหรัฐ
          รายงานข่าวดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนเมื่อคืนนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะซบเซาของตลาดพันธบัตรสหรัฐ และสร้างความวิตกต่อนักลงทุน
          นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันหลังจากเจ้าหน้าที่แคนาดาระบุว่า ปธน.ทรัมป์อาจประกาศนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลง NAFTA ในเร็วๆนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่โกลด์แมน แซคส์ ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลง NAFTA ในช่วงต้นปี 2561 หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงที่มีอายุ 23 ปีฉบับนี้ร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดาได้
          ทั้งนี้ สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ได้ผลัดกันเปิดการเจรจาข้อตกลง NAFTA มาแล้ว 4 รอบตั้งแต่เดือนส.ค. 2560  ขณะที่การเจรจารอบล่าสุดเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมานั้น ยังคงปรากฎให้เห็นถึง “ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน” ระหว่างทั้งสามฝ่าย ขณะที่หอการค้าแคนาดา, หอการค้านานาชาติเม็กซิโก และสภาธุรกิจระหว่างประเทศของสหรัฐ เตือนว่า “หากสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลง NAFTA จะทำให้ตำแหน่งงานหายไปอย่างน้อย 1.3 ล้านตำแหน่งทั่วภูมิภาค”
          หุ้นซิกเนท จิวเวเลอร์ส ผู้จำหน่ายอัญมณีรายใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลง 6.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายลดลง 5.3% ในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา
          หุ้นเวิร์ลพูล ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ร่วงลง 1.3% หลังจากบริษัทประกาศแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งอาจทำให้ต้องปลดพนักงาน 500 ตำแหน่ง
          หุ้นโดมิโน่ พิซซ่า ดิ่งลง 3.2% หลังจากบริษัทประกาศว่า นายเจ แพททริก ดอยล์ ซีอีโอของบริษัทจะลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
          ส่วนหุ้นสายการบินยูไนเต็ด คอนทิเนนทัล โฮลดิ้งส์ ทะยานขึ้น 6.7% หลังจากทางสายการบินเปิดเผยจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค.
          หุ้นอีสต์แมน โกดัก พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 57% หลังจากบริษัทประกาศเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัล “โกดัก คอยน์” สำหรับนักถ่ายภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “โกดักวัน” แพลตฟอร์มการจัดการสิทธิภาพถ่าย
          นักลงทุนจับตาธนาคารรายใหญ่อย่างเจพีมอร์แกน เชส, เวลส์ ฟาร์โก และแบล็คร็อค ซึ่งจะเปิดเผยผลประกอบการในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้ และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้
         สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ย.
2018-01-11T09:22:49+00:00 11 มกราคม 2018 เวลา 9:22|ข่าวเศรษฐกิจ|
X